จอมยา กับ ยาใจ [ 11 ]
posted on 28 Dec 2008 10:46 by fix-fic
ตอนที่ 11
ล่วงพ้นเข้ายามราตรี หมู่วิหครัตติกาลโผบินออกหากินพร้อมประสาทสัมผัสที่ทดแทนแสงแห่งตะวันอันดีเยี่ยม ผู้ที่มีสัมผัสรับรู้คล้ายอย่างสัตว์กลางคืนเพราะสูญเสียดวงตาอย่างทงเฮก็ย่อมได้ยินเสียงอื่นเช่นกัน
ยามค่ำคืนแห่งสำนักแพทย์กลางพนานี้ เสียงจิ้งหรีดเรไรครางระงม ผสมกับเสียงอื่นเซ็งแซ่
ชีวิตผู้ที่เคยอยู่ท่ามกลางวังหลวงแห่งแคว้นต้าฉินอันเงียบสงบ ไม่เคยต้องประสบกับเสียงอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เท่าใดนัก คืนที่เดินทางนั้นทงเฮยังหลับในอ้อมอกของพี่ชายจึงไม่หวั่นไหวนัก
...แต่คืนนี้ ในห้องนี้ มีแต่เพียงตัวเขาลำพัง...
ความกลัวเข้าเกาะกุมกัดกินจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของขัตติยราชย์วิสัยยิ่งนัก เคยไม่ย่อท้อต่อสิ่งอื่นใดในสายตาประชาชน แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังเป็นเพียงชายหนุ่มบอบบางที่เพิ่งจะก้าวพ้นผ่านอายุ 18 ปีมาไม่กี่วัน
หากจะวัดเรื่องอุปนิสัยส่วนบุคคลยามมิได้สวมหน้ากากองค์ชายดอกเหมยแล้ว
...เขาก็เด็กดีดีนี่เอง...
“ฮึกๆ..ฮือ..” เสียงสะอื้นจากปากบางยังมีเล็ดลอดมาบ้าง แม้พยายามอดกลั้นจนถึงที่สุดก็ตามที ความปวดมวนท้องทุเลาไปบ้างแล้วก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะปกติจนสามารถข่มตาหลับได้ลง ยิ่งดึกก็ยิ่งวิเวก ได้ยินกระทั่งเสียงสุนัขป่าเห่าหอนแต่ไกลๆ ยามนี้จะรบกวนใคร..ก็คงจะน่าขันและอับอาย ซ้ำยังเกรงใจพี่ชายทั้ง 2
ทำใจให้ไม่คิดสิ่งอื่นใดที่ฟุ้งซ่านก็แล้ว.. แต่น้ำตายังรินไหล ความที่ทนทุกข์กับทุกสิ่งมาเนิ่นนาน หากมีน้ำตายามนี้คงมิต้องอายใครกระมัง …ความมืดอาจช่วยบดบังได้
ใครจะรู้เล่า เด็กชายผู้สดใส องค์ชายผู้เข้มแข็งยังต้องแอบร้องไห้เพราะทุกข์ในใจเพียงลำพัง หลายสิ่งสุมอยู่ในอกผสมกับบรรยากาศวังเวง ทงเฮจึงได้ทีปล่อยให้น้ำตาไหล แต่ยังกัดริมฝีปากมิให้เสียงสะอื้นดังไปถึงหูใคร
ฤา สวรรค์จะมีตา
ในค่ำคืนนี้ยังมีชายอีกหนึ่งคนที่ครุ่นคิดบางสิ่งจนนอนไม่หลับ ต้องออกมาชมแสงจันทร์แต่เพียงเดียวดายในฤดูเหงาเช่นนี้
คิบอมนึกตำหนิตัวเองตั้งแต่ช่วงเย็นที่เผลอไผลเหลียวมองร่างอรชรที่มีผิวพรรณผุดผาด
...นี่เพียงแต่เหลียวมองช่วงท้องขาวผ่องยังเป็นไปได้เพียงนี้ หากคิบอมได้แตะต้องหรือสัมผัสทั่วเรือนร่าง เขารู้ดีว่าคงต้องยอมเป็นทรราชชิงนางมาเป็นของตนอย่างแน่นอน ความรู้สึกร้อนรุ่มนี้ทวีขึ้นทุกขณะ จนมิอาจหลับตาพักผ่อนได้ลง
อยากออกมาดูดซับแสงจันทร์นวลให้ช่วยผ่อนความคิดฝ่ายต่ำนั้น อำนาจหยินและหยางที่สมดุลอาจช่วยทำให้ตนได้หลับนอนเสียที
....เสียงครวญบางเบาที่แทบจะไม่ได้ยินนั้น มันกลับดังถึงหูของหมอหนุ่มคนนี้ได้ ช่างแปลกแท้...
“ฮิฮิ ข้าช่วยพวกเจ้าได้เท่านี้ล่ะนะ มนุษย์เอ๋ย”
เสียงขำขันของผู้มีฤทธิ์ที่บันดาลช่องโสตของคิบอมให้ปรับจนได้ยินเสียงร่ำไห้จากคนผู้หนึ่งที่เขาช่วยบันดาลชะตาชีวิตนี้ดังขึ้น...หากแต่มิมีใครสามารถได้ยินมัน หากเทพองค์นี้ไม่ต้องการ
แจจุงอาจกำลังเล่นซนจนปรับช่องรับสารหัวใจให้คิบอมได้ยินเสียงนี้ของทงเฮก็เป็นได้ ...ใครจะรู้
จากนั้นเทพผู้รักสนุกก็เฝ้ามองพฤติกรรม ‘เครื่องเล่น’ ของลิขิตฟ้าต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
“ฮึกๆ..ฮือ….”
“เสียงนี้มัน...” คิบอมเงี่ยหูฟัง ย่างก้าวไปตามต้นตอของเสียง สืบเท้าติดตามไปจนถึงหน้าห้องของผู้ที่กำลังเป็นกังวลใจถึง
“เฮ้... นั่นเสียงท่านรึเปล่า?” คิบอมส่งเสียงทักก่อน
“ขะ..ข้าเอง ท่านมีกิจอันใดในยามวิกาลเช่นนี้” ดองเฮปาดน้ำตา เก็บเสียงให้มิดชิดที่สุด
“ข้าได้ยินเสียงท่านน่ะสิ เป็นอะไรไป ปวดท้องมากงั้นรึ ทำไมไม่ไปตามข้าเล่า ยามเจ็บป่วยเช่นนี้ไม่ต้องวางมาดเก่งนักหรอก” คิบอมยังคุยอยู่หน้าห้อง
“ข้า... ใช่ ข้าปวด” มันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ปกปิดทุกคนได้ว่า มีเสียงครางคล้ายร้องไห้เพราะความปวดท้อง ดองเฮเลือกที่จะตามน้ำไปกับคิบอม
“ให้ข้าเข้าไปดูอาการหน่อยไหม ?”
“มะ..ไม่ต้องหรอก นี่ดึกมากแล้ว ข้าว่า...คงไม่เหมาะ”
“แต่เจ้าป่วย ข้าไม่คิดอกุศลกับเจ้าหรอกน่ะ”
“ข้า...”
ไม่ทันการที่จะห้ามปราม ใครบางคนห่วงใยเกินกว่าจะรอฟังคำอนุญาตจากเจ้าห้องห้องหับ คิบอมเปิดประตูเข้ามาโดยไม่รออะไรอีกแล้ว
...ห่วงเหลือเกิน...
คิบอมปราดเข้ามาถึงเตียงนอน พบร่างงามนั่งกอดเข่า ร่างสั่นระริกดั่งคนเจ็บปวด..หรือร้องไห้
“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ?”
“ข้า.. นอนไม่หลับ ข้าแค่...” ดองเฮไม่อยากปด แต่ก็ไม่อยากจะเสียศักดิ์ศรีกับคนพาลเช่นคิบอม
“แปลกที่ ?”
“อะ..อืม อาจเป็นเช่นนั้น”
“แต่เจ้าร้องไห้ คงมิใช่แค่แปลกที่แน่ กลัวรึ...เสียงของป่าน่ะ”
“ข้าไม่ได้กลัวเสียหน่อย ท่านอย่ามารู้ดีเลย” ไม่น่าเชื่อ...แค่คำเบาะแว้งไม่กี่คำจะสลายความกลัวหรือเศร้าหมองไปได้ในชั่วครู่
ทงเฮเกิดอารมณ์...หงุดหงิดกับคนผู้นี้แทนเสียแล้ว
“บรู๊ววววววววววว....” เสียงเดิมยังมีมา แต่ใกล้ขึ้นมาทุกขณะ สุนัขป่าหอนรับกันเป็นทอด ฟังแล้วน่าสะพรึงกลัวนัก
“อ๋า...” ทงเฮกอดตัวเองแน่น ความรู้สึกบางอย่างแล่นปลาบถาโถมเข้าใส่จนลืมนึกอวดเก่ง
“หึหึ ดูเจ้าสิ อย่างกับเด็ก ให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าเจ้าจะหลับไหม” คำเสนอตัวหลุดจากปากอย่างไม่ตั้งใจ ยามนี้คิบอมมองทงเฮเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น
ยามอยู่ตัวคนเดียว ...ดูไร้เดียงสา
อย่าให้พูดถึงยามอยู่ใกล้ชายอื่นเลย ...เสียอารมณ์
“จะ..จริงเหรอ ท่านจะอยู่..” แปลกที่แปลกทางแบบนี้ทงเฮต้องการใครสักคนยึดเหนี่ยว แม้จะเป็นคนปากพาจนอย่างหมอคิบอมก็เถอะ
“อืม..ข้าจะอยู่ นอนลงเถอะ ข้าจะห่มผ้าให้”
“แต่...ท่านไม่ชอบข้า”
“ข้าไม่ชอบคนแพศยา แต่ก็มิได้เกลียดเด็กที่กลัวเสียงป่าในตอนกลางคืนหรอกนะ นอนลงเถอะ” คำตอบดูคล้ายจะปฏิเสธ หรือ ยอมรับ แต่ยามวิกาลและอ้างว้างแบบนี้ คนตาบอดอย่างทงเฮจะถือว่านั่นคือคำปลอบโยน
ทงเฮทำตามคำพูดนั่น แม้จะไม่ได้เต็มใจทำอย่างที่พี่ชายบอกให้นอนแล้วห่มผ้าให้ก่อนนอน แต่ก็ยอมทำโดยดี ความเคยชินมันยังมีติดตัวอยู่
“จับมือข้าหน่อยได้ไหม” ทงเฮเผลอตัวอ้อน
“หืม.. ทำไมล่ะ”
“ก่อนนอน พี่ชายของข้าจะจับมือให้รู้ว่าเขายังอยู่เป็นเพื่อนจนข้าหลับ ...เพราะ...ข้ามองไม่เห็น” ทงเฮอธิบายถึงปมด้อยที่มี
“เจ้ามีพี่ชายรึ ?” คิบอมตะหงิดใจ
“อ..เอ่อ.. ใช่ ข้าเคยมีพี่ชาย แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว” คำกึ่งมดเท็จนี้ทงเฮพอพูดได้ เพราะเขาไม่ได้ปดเสียทีเดียว เขามีพี่ชาย และตอนนี้นอนกันคนละห้อง
“เอาเถอะ ข้าจะไม่ซักเจ้าอีก” คิบอมเอื้อมมือไปสัมผัสหัตถ์นุ่มนวลที่วางข้างลำตัวด้วยฝ่ามือร้อนหนึ่งข้าง ส่วนอีกข้างก็ช่วยห่มผ้าให้ร่างอรชรได้อบอุ่น
...ทำไมต้องอ่อนโยนถึงเพียงนี้ คนทั้งคู่ก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
“จริงๆ ท่านเป็นคนดีนะ ท่านหมอ ท่านจะไม่ต่อว่าข้าอีกจะได้ไหม” ดึกสงัดแบบนี้อาจเป็นเวลาที่เหมาะจะปรับทุกข์ ทงเฮอาจทนทานกับคำเสียดสีที่คิบอมมีอีกไม่ไหวก็เป็นได้
“ข้าพูดตามที่เห็น หากเจ้าทำดี ข้าก็จะว่าดี”
“ท่านไม่ง่วงรึ” แม้มิได้ลืมตา แต่ความร้อนที่ฝ่ามือยังทำให้ทงเฮรู้ว่าคิบอมยังอยู่ตรงนี้... ข้างๆ เตียงเขา
“ก็เจ้าเจรจาไม่หยุดหย่อนแบบนี้ ต่อให้ง่วงก็คงตาตื่น ใยไม่เงียบแล้วหลับซะล่ะ”
“ก็ได้ๆ ข้าจะหลับแล้ว ท่านอย่าเพิ่งหนีข้าไปไหนนะ ขอให้ข้าหลับก่อน...” เพียงชั่วครู่ชั่วยาม ทงเฮที่ได้รับการปลอบโยนและส่งเข้านอนจากคนที่ไม่ถูกโฉลกก็หลับใหลไปพลัน
“หากเจ้าเป็นเพียงคนสามัญ... ข้าจะไม่หนีเจ้าไปไหนแน่ สวรรค์เล่นตลกกับข้าเสียแล้ว เฮ่อ...” คิบอมรำพันกับคนที่ตกในภวังค์ฝัน มั่นใจว่าคำรำพึงนี้จะมีเพียงแค่คนเดียวที่ได้ยิน ก็คือตัวเขาเอง
..
..
“ใช่ ... สวรรค์ช่างเล่นตลกนัก ชายหนุ่มที่คอยหาเรื่องน้องของเรา กลับเป็นผู้เข้าหายามวิกาล และส่งน้องเราให้นอนหลับฝันดี ชีวิตนี้ช่างตลกแท้”
ผู้ลอบมองเหตุการณ์นอกห้องสองคนเหลียวมองหน้ากันด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป
ฮันกยอง.. มองแล้วไม่กล้าเข้าไปขัดขวางการเจรจานั้นแต่อย่างใด หากใครก็ตามที่ทำให้น้องของเขาหลับฝันดีได้ เช่นเดียวกับเขายามส่งเข้านอน เขาก็จะไม่ขัดขวาง
ซีวอน.. ภาพที่ลอบมองดังกล่าว เปรียบดั่งลาวาที่ปะทุในจิตใจเสียมากกว่า เจ็บจนแทบกระอักออกมาเป็นคำว่ารัก ได้แต่ทนมองรอยยิ้มยามหลับของทงเฮ ...ในมือของหมอหนุ่มที่ชื่อคิบอม
..
..
หลายชั่วยามต่อมา
องครักษ์หนุ่มพลิ้วกายหายไปในเมืองที่พอจะมีสุราให้ดับกลุ้ม แล้วกระเสือกกระสนตัวเองกลับมายังที่พำนักด้วยวิสัยของคนมีความรับผิดชอบ
...เมา แต่จะกลับมาทำหน้าที่ของตน...
คนที่มาต้อนรับแบบไม่ได้ตั้งใจก็คงจะเป็นศิษย์ผู้น้องที่ตื่นขึ้นมาปลดเบากลางดึก
คยูฮยอนได้ยินเสียงประตูใหญ่ของสำนักเปิดออก จึงได้ออกไปดู พบซีวอนกำลังใช้มือยันกายกับกำแพงมิให้ล้มลงเพราะฤทธิ์มึนเมาจากสุรา
“ท่านซีวอน... ใยท่านจึงเป็นเช่นนี้” คยูฮยอนมองออกว่าเป็นใครก็รีบปราดเข้าไปประคอง กลิ่นเหล้าที่โชยมาแตะจมูกนั้นชวนให้เบือนหน้าหนีไม่น้อย ร่างที่สูงกว่าของซีวอนแทบจะทิ้งน้ำหนักตัวลงที่ยึดเกาะใหม่ทันที
“ฮ่าๆ นึกว่าคราย เจ้าน่ะเอง หึหึ” คนเมาดูร่าเริงขึ้นเพราะน้ำเปลี่ยนนิสัย
“ข้าเอง ท่านเมามายถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน หากอาจารย์รู้เข้าคงไม่ชอบใจแน่ที่มีคนเมาในสำนัก” คยูฮยอนพยายามประคองร่างใหญ่โตกว่านั้นให้ไปถึงห้องพักของซีวอน
“เอิ๊ก ...อาจารย์ ชิส์ อย่ามาหลอกลวงข้าเลย นั่นคือ...ชู้ร้ากกก ของเจ้า ผิดศีลธรรมยิ่งนัก เจ้ามานโคน...ไร้ยาง ลักลอบมีเรื่องผิดจรรยากับอาจารย์ตัวเอง” ซีวอนตวัดหน้ามาต่อว่าคนที่พยายามช่วยเหลือตนเองให้มาพักผ่อนที่ห้องหับ
ซ้ำร้ายยังผลักคยูฮยอนออกจากตัวดั่งรังเกียจมากมาย ทำคนที่ตัวเล็กกว่านั้นเซถลา...ลงเตียง
“ทะ...ท่าน ท่านกล่าวสิ่งใด นั่นมัน..ไม่ใช่”
“อย่ามาแก้ตัวเล๊ยย... ข้าเห็นหมดแล้ว ฮ่าๆ เจ้ามี จุ๊ๆๆๆ กับอาจารย์ตัวเอ๊งง... โสมม ผิด มันผิด ผิดมากก เจ้าผิด” คำบรรยายของภาพที่คยูฮยอนเห็นคงเป็นคนเมาที่เล่าความเป็นตุเป็นตะ แม้จะมีส่วนถูก แต่มันก็ไม่ถึงขั้นที่ซีวอนเข้าใจ
“ท่านพักผ่อนเสียเถอะ ดึกมากแล้ว ข้าขอตัวก่อน” ยิ่งพูดก็ยิ่งเลอะ ยามคนเมามักถูกเปรียบกับสุนัข วันนี้คยูฮยอนประจักษ์ได้ด้วยตนเอง
เมาเยี่ยงสุนัข
พูดกับหมา..หมาเลียปาก
การไม่ใส่ใจและแยกจากไปน่าจะทำให้ความอดทนไม่แตกทะลุปรอทไปเสียก่อน
“อ๊า... เดี๋ยวซี่... เจ้าปรนนิบัติข้าอีกคนไม่ได้รึไง ข้าอยากรู้ว่า ยามเจ้าพลอดรักกับอาจารย์ตัวเอง มานจาเป็นยางง..ไง เอิ๊ก” ซีวอนโถมกายลงทาบทับร่างกายของคยูฮยอนทันที แม้คยูฮยอนจะมีสติ แต่เรี่ยวแรงของผู้ฝึกฝนตนจับดาบและอาวุธสงครามอยู่เสมออย่างซีวอนกับแพทย์ผู้ที่นิยมการจับชีพจรคนไข้อย่างนุ่มนวลนั้นมันผิดกันนัก
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ ท่านซีวอน ข้าไม่ใช่อย่างที่ท่านคิด” คยูฮยอนดิ้นพล่าน
“เฮ้ย.. อย่าเล่นตัวน่า กล้าคิดอกุศลกับอาจารย์ขนาดนั้น จะมาเกือกกลั้วมอบความสุขให้ข้าอีกคนจะเป็นไรไป..” ผู้แข็งแรงกว่าแต่ไร้สติคุมตนเองไม่ได้ จิตวิญญาณความเป็นชายในตัวมันทำงานแทนสมองส่วนจิตสำนึก ซีวอนก็คงคล้ายบุรุษทั่วไป ยามเสพย์สุราก็อยากมีนารีมาเคียงข้างมอบความบันเทิง
นี่...ได้สุราจนเมามาย แต่ยังขาดนารี
“ข้ามิใช่สตรีนางโลมที่จะคอยปรนนิบัติท่านได้นะ ปล่อย ข้าบอกให้ปล่อย มิเช่นนั้นข้าจะร้องให้คนช่วย ชะ...” ก่อนที่จะได้เปล่งเสียงอื่น พลังวัตรของซีวอนก็ผ่านปลายนิ้วมาจี้จุดคยูฮยอนไว้มิให้ไหวติงและส่งเสียงอื่น
“ร้องซี่...ฮ่าๆ ร้องให้ตายไปเลย เอาน่า... ทำไมเจ้ามีรักกับคนต้องห้ามได้ แต่ข้าทำไม่ได้ ทำไมฟ้าต้องกลั่นแกล้งข้า ข้าริษยาเจ้าจริงๆ ..ท่านหมอ หึหึ เอาเถอะ ท่านก็ช่วยปลอบประโลมข้าอีกคนอย่างที่ท่านทำกับอาจารย์อีกคนก็แล้วกันนะ เด็กดี” ซีวอนกล่าวเบาๆ แล้วเป็นผู้เริ่มต้นเกมส์อัปยศนี้
ทำเพราะไร้สติ
ทำเพราะไม่สามารถควบคุมตนเองได้
ทำเพราะริษยา
หรือทำ...เพราะอยากแก้แค้นฟ้าที่ลิขิตให้เขาเท่านั้นต้องอดกลั้น
บางที... อาจเป็นการกลั่นแกล้งผู้ที่ตนอิจฉาก็เป็นได้
ใครกันจะหาคำตอบได้ นอกจากจิตใจฝ่ายมืดดำของซีวอนที่กำลังแผลงฤทธ์อยู่เต็มอัตรา
นัยต์ตากลมดำสนิทของผู้ถูกสกัดจุดกลอกกลิ้งไปมา สื่อถึงอารมณ์หวาดกลัวและน้อยเนื้อต่ำใจไปพร้อมกัน ดูจากสถานการณ์แล้ว หากมิมีผู้ใดขัดขวาง คืนนี้เขาคงต้องกลายเป็นกับแกล้มสุราที่ซีวอนดื่มไปเต็มเพรียบอย่างแน่นอน หนำซ้ำ ร่างกายนี้ยังไหวติงมิได้
...เป็นตุ๊กตารองรับอารมณ์
...เป็นคนบาปในสายตาของซีวอน เพราะมีสัมพันธ์กับอาจารย์อย่างที่คนไร้สติกำลังคิด
...และสุดท้าย คงเป็นคนไร้ค่าและน่าเหยียดหยามอย่างที่สุด
มือหยาบกร้านจากการจับดาบค่อยแกะปมผ้าที่ใช้รัดเอวของชุดผู้นอนนิ่งอย่างย่ามใจ สีหน้าของซีวอนหื่นกระหาย ดั่งผู้ได้ของเล่นใหม่
ชุดที่สวมใส่ยามค่ำคืน เพียงปมเดียวก็แทบปลดเปลื้องทุกสิ่งจากร่างกายของคยูฮยอนได้
แผงอกสีขาวนวลผ่องเผยแย้มอวดสู่สายตา แม้จะไม่นวลผ่องและนิ่มนวลอย่างที่เคยสัมผัสทงเฮมา แต่นี่ก็ใช้แก้ขัดได้ดีทีเดียว
‘มิน่าเล่า อาจารย์ของเจ้าจึงยอมกระทำสิ่งอัปยศ เพราะร่างกายของเจ้างามนัก’
สิ่งที่ซีวอนคิดแสดงผ่านทางสีหน้า เมื่อลุกล้ำพื้นผิวที่ใกล้มือที่สุดในช่วงปลดปมมัด ซีวอนก็เรื่อยไหลมือไม้ไปพินิศสัมผัสผิวนุ่มนวลกว่าชายปกติ ค่อยๆ สูงขึ้นให้เจนจัดในอารมณ์ ดอมดมจากร่องลึกกลางหน้าท้องแบนเรียบ กลิ่นรัญจวนนี้ชักชวนให้ซีวอนลิ้มลองด้วยรสปาก
ชิมรสด้วยอวัยวะภายในช่องปากที่เคลือบด้วยความเปียกชื้นตลอดเวลา เพียงแรกลิ้นลงล้ำรสก็แทบคดงอคิ้วดกหนาของตนเข้าหากัน
‘รสชาดดี’
ราชองครักษ์แอบแปลกใจในสิ่งที่ได้รับรู้ แม้นว่าหากเขามิได้ไปดื่มสุราก่อนหน้านี้ ลิ้นคงรับรสอื่นได้มากกว่านี้สินะ
ผู้นอนนิ่งทำได้เพียงแค่หดเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องตอบสนองแทนการถดตัวหนีความจาบจ้วงล้วงเนื้อตัวตนเอง หากว่าคยูฮยอนเป็นเด็กสาวทั่วไป คงมีน้ำตาคลอเบ้าและหวาดผวา ดีไม่ดีอาจพาลร้องไห้ละล่ำละลักวอนขอมิให้ทำอันตรายแก่ตนไปแล้ว
...แต่เขาเป็นชาย แม้จะถูกฟูมฟักด้วยความนุ่มนวลจากอาจารย์คังอิน และดูแลโดยอิสตรีเกือบทั้งหมดก็ตามที...
วัดจากกำลังภายในที่ตนมีแล้ว คงสามารถคลายจุดที่ถูกสกัดได้ใน 2 ชั่วยาม ทั้งที่กำลังภายในของคยูฮยอนก็มิได้อ่อนด้อยแต่ประการใด นั่นพิสูจน์ให้คยูฮยอนกระจ่างใจแล้วว่า
‘ ซีวอนคือผู้เยี่ยมยุทธ์โดยแท้ ’
“หืม... อย่ากลั้นหายใจสิ สนุกกับข้าบ้าง ข้ามิปล่อยให้เจ้ากลั้นใจตายหรอกนะ หนุ่มน้อย” ซีวอนยั่วเย้าให้อีกฝ่ายครึกครื้น ทว่า มิได้รั้งใจให้อีกฝ่ายสนุกตาม
ซีวอนคาดว่าคยูฮยอนอาจจะกระทำอย่างที่หญิงอื่นๆ ที่เคยได้ยินข่าวมา ...หญิงที่รักศักดิ์ศรีบางนางถึงกับกลั้นใจตายเพื่อมิให้ชายโฉดฉุดคร่าพรหมจารีย์
“เจ้าแช่ตัวในผงหอมรึ... ยั่วเย้าไม่หยอก ดีจริง ข้าจะบรรเลงให้เจ้ารู้ว่า ข้าเองก็มิด้อยกว่าชายอื่นๆ หรอก ฮ่าๆ” ความคึกคะนองจากน้ำเปลี่ยนนิสัยทำให้ซีวอนลิงโลดในอารมณ์กามาที่กระพือโหม
ตุ๊กตาตัวน้อยถูกจับให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วชายหนุ่มผู้สกัดจุดตุ๊กตาก็ปลดเชือกรัดผมของคยูฮยอนออกไปให้กลายเป็นปล่อยสยาย ใช้มือตนเองสางอย่างปรีดามือ
“ผมเจ้าก็มิกระด้าง แม้จะไม่นุ่มนวลทุกส่วนอย่างทงเฮ แต่ก็เป็นผู้หญิงของข้าได้แน่ หึหึ ...เจ้าเป็นทงเฮของข้าก็แล้วกันนะ คนบาป”
ซีวอนร่นมือตนเองจากปลายผมให้มาสัมผัสช่วงคอที่มีผมระอยู่ ปัดปอยผมที่ร่วงมาปิดบังส่วนจุดสำคัญซ้ายขวาบนอกให้ออกไป ชื่นชมยอดอกนั้นด้วยมือหนึ่งข้าง ส่วนอีกมือประคองท้ายทอยไว้มิให้คยูฮยอนหงายหลังลง
ริมฝีปากที่พยายามจะขยับร้องห้ามนั้นสั่นระริกด้วยความพยายามอยากจะพูด หรือร้องตะโกนด่าของคยูฮยอน ยิ่งเป็นการเชิญชวนให้ซีวอนอยากจะหาสิ่งใดมาประทับบนริมฝีปากนั้นยิ่งนัก ซีวอนกระทำตามสัญชาตญาณ ประทับส่วนเดียวกันของตนลงไปบนเรียวปากสีสดนั้นทันที มิได้กระทำอย่างนุ่มนวลด้วยความรัก หากแต่สร้างความวิบัติสู่พรหมจารีย์ปากของคยูฮยอนด้วยความใคร่
บรรเลงทุกบทของคนร่วมรักอย่างพิศวาสให้ผู้ถูกสกัดจุดด้วยเรียวลิ้นให้ตื่นตัว คว้านค้นหาความหอมหวานที่อาจจะมากกว่าผิวกายส่วนอื่นด้วยความอยากรู้ แต่ความขมปร่าที่ถูกฉาบมาด้วยสุราก่อนหน้านี้ของซีวอนมิได้ทำให้อีกฝ่ายได้รสอร่อยรักแต่อย่างใด
“อืม...ยังกับท่อนไม้ หึหึ แต่ก็ดี เจ้าจะได้ไม่โวยวาย เอาไว้หากข้าสำเร็จรักเจ้าได้แล้ว ข้าจะคลายจุดให้เจ้าก็แล้วกัน” ซีวอนถูกอำนาจฝ่ายมืดเข้าครอบงำจนหมดสิ้น ดูถูกในฝีมือของศิษย์คนเล็กสำนักแพทย์อโรคา ดูถูกความเป็นคน รวมทั้งดูถูกหัวใจให้อีกฝ่ายแห้งเหี่ยวไปเสียค่อนคน
ความเป็นชายขยายใหญ่ด้วยแรงพิศวาส ซีวอนค่อยเอนกายของคยูฮยอนให้นอนราบลงกับเตียงอีกครั้ง ใบหน้าและยอดอกที่ลอยเด่นเป็นปราการสวรรค์ของคยูฮยอนช่างทำให้คนเมาต้องตัดสินใจ
...จะเริ่มจากส่วนไหนดีนะ...
ถึงช่องปากจะไม่ตอบสนองสิ่งใด แต่ก็รสชาดไม่เลวนัก ส่วนยอดอกที่เคยใช้มือคลึงนั้นก็เต่งตึงจนน่าขบดูด
แต่เคยได้ลองสิ่งหนึ่งแล้วก็อยากจะลองอีกสิ่งหนึ่ง ซีวอนเลือกที่จะขบเม้มสิ่งเต่งตึงของคยูฮยอนก่อน และแก้ไขความเสียดายด้วยการใช้นิ้วเรียวหยาบของตนหย่อนลงไปในช่องปากของคยูฮยอน ควานหาความสนุกไปพลาง
ร่างกายที่มิสามารถขยับต่อต้านได้ จึงได้แต่ปล่อยให้ธรรมชาติของมนุษย์ทำงาน กล้ามเนื้อสั่นระริก เมื่อถูกปลุกเร้าก็ตื่นเต้นตอบสนอง มิเพียงแค่ยอดอกที่ถูกกระทำดุจเด็กน้อยต้องการน้ำประโยชน์จากอกมารดาเท่านั้น ส่วนล่างที่ยังมีกางเกงตัวสุดท้ายยังถูกอารมณ์มนุษย์ขับดันให้พองขึ้น คยูฮยอนรู้สึกอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี เขาเกิดอารมณ์ร่วมกับการข่มขืนแบบนี้ได้อย่างไรกัน
...ทั้งที่อีกฝ่ายมิได้รักชอบตนเองด้วยซ้ำ แม้แต่ตนเองก็รู้สึกเพียงแค่ยกย่องซีวอนที่ดูองอาจในฐานะราชองครักษ์หลวงแห่งแคว้นต้าฉิน และอยากจะดูเข้มแข็งเหมือนเขาก็เท่านั้น...
ซีวอนสลับซ้ายขวา พลางอยากจะฉุดคร่าพรหมจรรย์กามาของอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอดด้วยความรวดเร็ว หากได้สัมผัสหนึ่ง ก็อยากจะสัมผัสเสียทั้งหมด เมื่อได้รับรู้ถึงความตึงแกร่งของตุ๊กตาตัวน้อยที่ขึงขังเพราะแรงรักที่ตนเองโหมใส่นั้นก็ยิ้มร่า
“หึหึ... เจ้าเองก็สนุกกับข้าแล้วงั้นรึ ดีสิ ข้าจะสอนเจ้าเอง เจ้าอาจจะลืมอาจารย์ของเจ้าจนมาคุกเข่าขอให้ข้าช่วยปรนเปรอในอีกภายหลังก็เป็นได้” คำพูดดูแคลนถูกส่งออกมาไม่ขาดปาก คยูฮยอนเหลือหนทางเดียวให้ตนเองพ้นความอับกาย ...หลับตา
ซีวอนร่นผ้าผ่อนชินสุดท้ายลงปลายเท้า แล้วแทบจะฉีกทึ้งมันให้หายไปจากช่วงพื้นที่สี่เหลี่ยมหฤหรรษ์ใช้หลับนอนนี้ด้วยซ้ำ เขาจับขาสองข้าของคยูฮยอนให้ตั้งชัน กางอ้าออกเหมือนท่วงท่ายามพร้อมการร่วมรักโดยธรรมชาติของคน
“หอมจริง ส่วนใดก็หวานล้ำ ไม่น่าเชื่อ... อืม... จุ๊บ... จ๊วบ...”
การกระทำยังคงมีต่อเนื่อง ซีวอนมิได้ใจร้อนให้ตนเองได้ปลดปล่อย สิ่งนี้เหมือนการละเล่นเสียมากกว่า เขาชิมผิวกายด้านหน้าของอีกฝ่ายได้แทบจะทั่วตัว จึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่มาหยอกล้อกับส่วนอ่อนไหวที่ไม่อ่อนนิ่งของคยูฮยอนแทน
“หืม... เอาเถอะ ข้าจะไม่กลั่นแกล้งเจ้าหรอก ข้าจะทำให้เจ้าเป็นสุข จากนั้น...ก็เป็นทีของข้า”
ซีวอนถอนนิ้วของตนเองจากช่องปากของคยูฮยอน มันเปียกขุ่มจนน่าพอใจ ซีวอนไม่รอเวลาให้คยูฮยอนเตรียมตัวหรือหายใจ ใช้สิ่งที่กำลังเปียกลื่นนั่นแซะร่องปิดสนิทสีชมพูที่อวดเชิดชูให้อีกฝ่ายแล่นเข้าไปให้ลึก
...เหงื่อผุดทั่วทั้งตัว...
คยูฮยอนเจ็บแทบขาดใจตาย แม้ซีวอนจะพยายามอ่อนโยน แต่เพราะความไม่เคยจึงทำให้ขัดเคืองไปเสียหมด
“โอ๊ะ... อย่าบอกนะ ว่าเจ้าไม่เคย ใยฝืดเคืองถึงเพียงนี้ วันนี้เจ้าเพิ่งจะหลับนอนกับอาจารย์เจ้ามาแล้วมิใช่รึ” ซีวอนแปลกใจยิ่งนัก จึงผ่อนเบาให้อีกฝ่ายอย่างชั่งใจ
แต่จะให้หยุดตอนนี้เขาคงทำไม่ได้ อีกฝ่ายแม้จะนอนนิ่งเป็นเพียงตุ๊กตา แต่ก็เชิญชวนให้เขาลุ่มหลงได้อย่างล้ำลึก
ไม่สนใจว่านี่จะเป็นครั้งแรกหรือไม่ ขอเพียงได้ครอบครองร่างกายนี้ และปลดปล่อยความอึดอัดทั้งหมดที่มีก็เพียงพอ
องครักษ์หนุ่มชโลมจิตอีกฝ่ายด้วยการอ้าอมส่วนชูชันเข้าไปทั้งหมด หวังว่าการที่เขาลงทุนชมรักส่วนเป็นชายเหมือนกันของอีกฝ่ายจะทำให้หลืบรักซ่อนเร้นที่เขาอยากทะลวงลึกให้เสริมรักได้ผ่อนคลายจนยอมรับนิ้วที่สองและสามเข้าไปได้
ไม่น่าเชื่อ... ช่างสนุกแท้
การได้กลั่นแกล้งคยูฮยอนทำให้ซีวอนปรีดาอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งขบเม้มออกแรงสูบด้วยเรียวปากมากเท่าไหร่ ด้านหลังที่ใช้นิ้วแรกค้างคาไว้ก็เกิดแรงตอบสนอง เกิดแรงกระชับและผ่อนคลายสลับเป็นจังหวะ ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่กับซีวอนมากมายนัก
เมื่ออีกฝ่ายพลั้งเผลอเพราะการรื่นเริงส่วนหน้าที่เขาปรนเปรอ ก็อาศัยจังหวะนี้เพิ่มนิ้วอื่นเข้าไป
จากหนึ่งเป็น 2
และจาก 2 เป็น 3
ความตึงรัดยั่วยวนให้ซีวอนอยากลิ้มลองด้วยแก่นกายของตนเองยิ่งนัก แต่การมอบความสุขทางปากลิ้นกับส่วนหน้าของคยูฮยอนก็เพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้เขาไม่น้อย จึงได้รีบเร่งจังหวะขึ้นลงของตนเองไปพร้อมๆ กับจังหวะการสอดใส่เข้าออกของนิ้วทั้ง 3
...เกิดความคิดประหลาด...
หากผิวกายยังหวานล้ำ เรียวปากยังหวานซึ้งแล้ว...
สิ่งที่หลุดพ้นจากตัวของคยูฮยอนจะรสชาติต่างกันไหมนะ
คิดได้ดังนั้น ซีวอนก็หมายใจจะรับรสนั้นให้จงได้
เพิ่มจังหวะความหนักหน่วงทุกท่วงท่าให้กระชับ...
มากขึ้น
ไวขึ้น
ถี่ขึ้น
กระทั่งกล้ามเนื้อกระตุกทั้งร่างกาย ...อย่างเป็นจังหวะ
ในที่สุดซีวอนก็สมใจ ได้ชิมสิ่งที่ต้องการ
“อืม...อร่อยแฮะ เจ้านี่สมควรทำให้ชายคลั่งได้ง่ายๆ”
คำชื่นชมนั้นเหมือนเป็นดาบที่ทำร้ายคยูฮยอนเสียมากกว่า น้ำตาที่พยายามกลั้นก็พลันรินออกมาได้ง่าย
แต่มีรึผู้ที่ต้องการจะสนใจ ซีวอนกลับจัดท่าใหม่ให้ง่ายดายต่อการสอดใส่ของตน
ถอดถอนนิ้วที่มีกระดูกทั้ง 3 ออกจากช่องทางหมายจะใช้นิ้วยักษ์ที่ไม่มีกระดูกของตนเข้าไปทดแทนช่องทางนั้นแทน แล้วจับพลิกให้ผู้ขยับต่อกรไม่ได้นั้นให้คว่ำลง เชิดสะโพกขาวให้ลอยเด่น แต่ยังมิใจร้ายปล่อยให้ใบหน้าอีกฝ่ายคว่ำกับหมอน ซีวอนพลิกหน้าของคยูฮยอนให้เหมือนลักษณะคนนอนตะแคง และไม่ลืมที่จะสูดดมแก้มนั้นอย่างชอบใจ ตบท้ายด้วยการจุมพิตที่ริมฝีปากเบาๆ
“ถึงคราวข้าแล้วล่ะนะ ข้าจะอ่อนโยนกับเจ้าให้มากที่สุด... ทงเฮ” ชื่อสมมุตินั้นถูกใช้กับบุคคลสมมุติ คยูฮยอนแทบอยากแขวนคอตายด้วยชื่อนั้น ...มันมิใช่ชื่อเขา นี่เขาเป็นเพียงตุ๊กตาสมมุติงั้นรึ ?
‘ ทงเฮคือใคร และใครคือทงเฮ ใยเขาต้องรับกรรมแทนบุคคลคนนั้นด้วย ’
ความเจ็บช้ำนี้เขาจักขอจำไปจนวันตาย
จะไม่ใจดีประคองคนเมา
จะไม่เข้าใกล้ชายที่ชื่อซีวอนอีกเด็ดขาด
“ทำบุญได้โทษ โปรดสัตว์ได้บาป” คำนี้ลอยผุดขึ้นในจิตใจของคยูฮยอนอย่างแจ่มชัด
“อืม... แย่จริง ข้าช่วยเจ้าไปถึง 3 นิ้ว ยังมิค่อยเปิดรับข้าเลยรึ หรือว่า... เจ้าจะไม่เคย เฮอะ แต่ไม่มีทางหรอก เจ้าหวานหอมถึงเพียงนี้มิรึใครจะปล่อยไป” ซีวอนเหมือนบ่นกับตัวเอง แม้จะสมมุติชื่อทงเฮออกไป แต่ภายในใจก็ยังมิเลือมเลือนภาพเด็กหนุ่มที่ดูนุ่มนวล แต่กระทำเรื่องผิดจรรยาบรรณกับอาจารย์ของตนเองลงไปได้เลย
เมื่อความต้องการทะยานถึงขีดสุด ต่อให้ไม่เปิดรับ ซีวอนก็จะยัดเยียดส่วนสำคัญนั้นลงไปในช่องสวรรค์อยู่ดี
ยิ่งอีกฝ่ายมิสามารถครวญครางบอกถึงความเจ็บปวดได้ ก็ยิ่งย่ามใจ
ซีวอนชำแรกกายลงไปได้เกือบสุดโคน อย่างนั้นก็ยังมีความฝืดเคืองมากมายเป็นอุปสรรค ท้ายที่สุด เขาก็ใช้ประสบการณ์ที่พอมีนั้นมาวิเคราะห์
...เด็กคนนี้ยังมิเคยถูกระทำชำเราโดยแท้...
หากจะหยุดร่างกายงดกระแทกให้แรงขึ้นคงเป็นไปมิได้ วูบหนึ่งในอารมณ์ซีวอนกลับรู้สึกยินดีมากกว่าที่ได้ร่างกายนี้มาครอบครองเป็นคนแรก จังหวะกระชับตอดถี่ๆ ที่ตอบสนองของคยูฮยอนช่างส่งผลให้ซีวอนที่เคยอดทนได้มากกลับต้องพังทลายในเวลาอันสั้น
“อึ๊ก...” ซีวอนกระตุกกายสามสี่ครั้ง แล้วทิ้งสิ่งเปียกลื่นไว้ภายในร่างของคยูฮยอนมากมาย
ยิ่งได้มองดวงหน้าที่ดูเจ็บปวด อีกทั้งท่วงท่ายังมิสามารถประคองตนเองให้สบายขึ้นได้นั้นก็กลับเกิดอารมณ์พุ่งพล่าน
เพียงครู่เดียวที่ถอดถอนมังกรยักษ์แห่งรักให้หลุดพ้นช่องแคบสีชมพู ก็เกิดกลับคึกคักขึ้นมาใหม่ ซีวอนจัดท่าทางตุ๊กตาอันน่าพิศมัยตัวเดิมอีกครั้งให้กลายเป็นนอนหงาย...ซึ่งดูน่าจะสบายขึ้นสำหรับผู้ถูกกระทำ
“เจ้า...เป็นของข้าผู้เดียวงั้นรึ น่ารักจริง อยากจะเป็นทงเฮให้ข้าอีกครั้งไหม ...หึหึ ไม่รึ หรือว่าอยาก” ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้พ่ายแพ้ที่ปวดใจระบมกาย ซีวอนยามถูกพิษสุรายุแยงทึกทักเข้าข้างตนเองว่า...ไม่ปฏิเสธ
แยกขาขาวเรียวยาวนั้นให้กว้างออก และงอเข่าอีกฝ่ายให้ก่ายรัดช่วงบั้นเอวตนเอง แต่เหมือนยังมีบางสิ่งติดขัด ซีวอนจึงควานเอาเสื้อผ้าที่กองอยู่ใกล้มือนั้นมารองช่วงสะโพกให้ลอยเด่นขึ้น สะดวกต่อการรุกล้ำมากยิ่งขึ้น
อดไม่ได้ที่จะจูบซับเอาน้ำรสขมที่ดวงตาผู้ถูกรังแกปลอบโยน และจูบไซร้ทั่วทั้งใบหน้า ริมฝีปาก และซอกคอให้มีอารมณ์ร่วมกับตน
หากจะว่าไป สิ่งที่ทำให้ซีวอนสนุกปากลิ้นไม่แพ้กับการปรนเปรอช่วงล่าง ก็คงเป็นยอดอก 2 เม็ดที่เต่งตึงชูชันรอให้เขาดูดคลึงนี่ล่ะ
ซีวอนกระแทกแก่นสังวาสตนเองเข้าไปในร่างกายคยูฮยอนอีกครั้ง ...ครั้งเดียวก็สุดล้ำลึก
ทั้งเลือดจากการฉีกขาด และน้ำรักที่ได้ทิ้งไว้ เป็นสิ่งช่วยเหลือให้ซีวอนกระทำได้ถนัดถนี่ ย้ำลึกๆ พร้อมคลึงเม็ดบัวไปพร้อมกัน
“จ๊วบ... อืม... ใยเจ้าจึงตรึงรัดแน่นเช่นนี้นะ นี่ข้าล่วงล้ำเจ้าไปแล้วยังกระชับได้ถึงเพียงนี้ ทำข้าแทบหายใจไม่ออก ...อืม...ทงเฮ”
ครางงึมงำย้ำรอยแผลให้อีกฝ่ายความทุกข์ล้นอก
เจ็บใจ...เจ็บกาย
แต่ก็โกหกตนเองไมได้ว่าลีลารักของอีกฝ่ายทำให้ตนเองเคลิบเคลิ้มจนเผลอผ่อนอ่อนโอนกับบรรยากาศใคร่นี้
‘ แต่เรามิใช่ทงเฮมิใช่หรือ อย่าได้ร่วมสมยอมกับคนถ่อยพรรค์นี้เด็ดขาด ’
พลังวัตรที่มีมากพอตัวของคยูฮยอน เร่งการคลายจุดให้ไวขึ้นได้จาก 2 ชั่วยามจนเหลือ 1 ชั่วยาม
ยามนี้เป็นอิสระจากการควบคุมชีพจรแล้ว แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงจนไม่มีกำลังขัดขืน ทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้ ...จนถึงครางกระเส่าไปกับจังหวะรักอันร้อนแรงขององครักษ์ผู้เข้มแข็ง
“อ๊า... อึ๊...”
มือไม้ที่ต้องแข็งนิ่งมานานนั้นโผเข้ากอดอีกฝ่ายที่กระหน่ำทิ่มแทงลีลารักเข้ามาในกายตนอย่างอัตโนมัติ
“เจ้า..เก่งนี่ คลายจุดได้ไวกว่าที่ข้าคิด แต่ก็ดี ข้าไม่อยากนอนกับท่อนไม้เท่าใดนัก กอดข้าสิ กระชับตอดข้าให้มากกว่านี้...ทงเฮ”
ไม่มีคำพูดใดเข้ามาในโสตประสาทของคยูฮยอนอีกต่อไป ตอนนี้รู้สึกได้ถึงแต่เพียงความรู้สึกที่ถูกครูดผนังอ่อนนุ่มจากท่อนเอ็นแข็งแรงของอีกฝ่ายในกายตนเท่านั้น
ผวาเฮือกทุกคราที่ถูกสอดใส่จนสุดมิด
จิกเล็บไปกับผิวกายของผู้มีร่างกำลังมากบนร่างตน ยิ่งถูกกดสอดลึกแรงเท่าใด ก็ระบายออกรุนแรงเท่านั้น
“เจ้าเยี่ยมยอดกว่าสตรีที่ข้าเคยกกกอด เหลือเพียงลีลาจูบเท่านั้น ยามก่อนข้าสกัดจุดเจ้าจึงตอบสนองลิ้นปากข้ามิได้ แสดงให้ข้ารู้หน่อยสิ ว่าเจ้ายอดเยี่ยมไปทั้งร่าง” ซีวอนกระซิบข้างหูโดยไม่หยุดหย่อนส่วนล่างที่ขยับเข้าออก
เขาก้มลงให้ปากชิดคนด้านล่าง แล้วกระกบจูบรุนแรง ส่งลิ้นไปให้อีกฝ่ายตอบสนอง คยูฮยอนแม้จะไม่เคยถูกล่วงล้ำมาในกายลึกมาก่อน แต่เขาก็ถูกจูบดูดดื่มจากคังอินมาบ่อยครั้ง จึงกระทำตามสัญชาตญาณคว้านลิ้นดูดดื่มกลับอย่างไม่รู้ตัว
...เก่งจนซีวอนติดใจ...
ไม่สามารถถอนปากลิ้นออกได้แม้แต่น้อย ซ้ำร้าย ด้านล่างที่ฟิตตึงกลับกระชับเป็นจังหวะถี่มากยิ่งขึ้น
...นี่สินะการได้กกกอดร่างคน ดีกว่าตุ๊กตาหรือท่อนไม้เป็นไหนๆ
ท้ายที่สุด โลกก็ถล่มใส่สองร่างที่มีแต่อารมณ์ใคร่ครอบงำ
ซีวอนกดย้ำให้ลึกสุดกู่เป็นครั้งสุดท้าย ประสานกับการผวากอดแน่นของคนด้านล่างพร้อมๆ กัน
น้ำนมขุ่นคลั่กทะลักออกมาจากช่องรักของคยูฮยอนเพราะมิสามารถกักเก็บได้มากมายมหาศาล ช่องท้องและแผ่นอกของตนเองรวมถึงซีวอนก็มีคราบไม่ต่างกันกระเด็นสาด
สองเสียงประสานกันเป็นลำนำเสนาะไพเราะในห้วงคำนึงแห่งการร่วมรักไม่น้อย
ซีวอนหมดแรงหอบเหนื่อยสองสามครั้ง แล้วทรุดนอนอิงกายของผู้อยู่ด้านล่าง และหลับใหลไม่ได้สติไปในที่สุด
...ซีวอนหมดสติ...
...แต่คยูฮยอนกลับมีสติกว่าครั้งไหนๆ…
ด้านล่างยังมิถูกถอดถอน ยังดีที่มังกรทะยานฟ้าหมดฤทธิ์จึงได้อ่อนด้อยกำลังลงจนเขาดิ้นหลุดให้สิ่งนั้นออกจากร่างไปได้
คยูฮยอนสะอึกร้องไห้เพียงไม่กี่ครั้ง แล้วรีบรวบผ้าผ่อนทั้งหมดของตนมาคลุมกายกันมิให้อุจาดตา แล้วพยุงร่างที่หมดแรงของตนออกจากห้องไห้ให้ไวที่สุด
...พร้อมน้ำตา...